แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รายได้เสริม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รายได้เสริม แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
รู้จักผมและ E-LEADER
วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
Why Aim star network ทำไมจึงต้อง เอมสตาร์
ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า ธุรกิจเครือข่ายนั้น ได้กลายเป็น "นวัตกรรมการตลาดแห่งอนาคต"
ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากขึ้น
ผู้คนต้องการเปลี่ยนจาก Salesmanship สู่ Entrepreneurship ธุรกิจเครือข่ายเป็นช่องทางที่ง่ายและลงทุนน้อยที่สุด ในการก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ประกอบกับรูปแบบของธุรกิจเครือข่ายตรงสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ที่เปลี่ยนไป พวกเขาต้องการเวลาและแผนการเงินที่อิสระ การหลุดจากกรอบการทำงานแบบออฟฟิต มาเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่ไม่ต้องเสี่ยงลงทุนผลิตสินค้าเอง เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ครับ เราจึงเป็นได้ว่า นักธุรกิจอิสระ ทุกวันนี้ไม่ใช่กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานดังเช่นเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาทำอย่างจริงจังเสียมากกว่า
รายได้ที่เกิดจากการทำธุรกิจเครือข่าย สามารถเป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน หรือเป็นเงินสะสมเอาไว้ใช้หลังเกษียณ
"สิ่งที่คุณทุ่มเททำมาจะเป็นธุรกิจของของคุณ สร้างเงินออมให้ครอบครัว และเป็นมรดกของลูกคุณอีกด้วย" โดยเครือข่ายและรายได้ทั้งหมดจะยังคงอยู่ตลอดไป
"ธุรกิจเครือข่ายจะอยู่ไปได้เรื่อยๆและจะไม่ล้มหายตายจากไปเหมือนบางธุรกิจ"
ด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวมา บวกรวมกับผู้ประกอบการได้พัฒนาการดำเนินรูปแบบ การดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการดูแลนักธุรกิจของตน ตลอดจนกล้าที่จะฉีกตำราทางการตลาด ผสมผสานรูปแบบการตลาดใหม่ๆ เพื่อให้นักธุรกิจเครือข่ายเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย รวดเร็ว สร้างภาพลักษณ์อันดี และสร้างการรับรู้ในตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกอย่างดีทีเดียวสำหรับทุกท่านทีี่่คิดจะสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับตนเองด้วยธุรกิจเครือข่าย
Why Aimstar network ทำไม ผมจึงเลือก เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับตนเองและครอบครัว
ผมมีหลักเกณฑ์ ในการเลือก ธุรกิจเครือข่ายที่ดี ดังนี้ ครับ
1. เจตนาในการนำเสนอสินค้าเป็นหลัก ไม่ใช่ เจตนาให้คนนำเงินมาลงทุน
2. ค่าธรรมเนียมในการสมัครสมเหตุสมผล คนทุกระดับสามารถสมัครได้ ไม่ต้่องลงทุนสูง และต้องไม่มีการบังคับให้ซื้อสินค้าก่อนในครั้งแรกทีละมากๆเกินจริง
3. เป็นสินค้าสินเปลือง คือใช้แล้วหมดไปคุณภาพดี ราคายุติธรรรม ถ้าผู้บริโภคทดลองใช้แล้วชอบ จึงเกิดการใช้ซ้ำ โดยไม่มีการบังคับซื้อและมีการรับผิดชอบต่อผู้บริโภคเมื่อสินค้ามีปัญหา ไม่ใช่สินค้าราคาแพงกว่าท้องตลาด อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง หรือ เป็น บ.ที่มีสินค้าเพื่อเพียงการบังหน้าเพื่อฉ้อโกงเท่านั้น
4. แผนการตลาดไม่ยากเกินไป สามารถเป็นจริงได้ ผลตอบแทนยุติธรรม รายได้มาจากการทำงาน การขึ้นตำแหน่งเกิดจากการขยายทีมงาน การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ ไม่มีการบังคับรักษายอด ตำแหน่งต่างๆสามารถแซงกันได้จึงไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบในคนที่สมัครทีหลัง หรือสมัครก่อน ไม่ใช่ เน้นหาคนใหม่ไปเรื่อยๆ เมื่อทำไปแล้วยอดขายไม่ถึงเป้า ก็อาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆเลย หรือบังคับการรักษายอดด้วยวงเงินสูงๆ ถ้ารักษายอดไม่ได้แล้วตำแหน่งถูกปลด ต้องเริ่มใหม่
5. จ่ายผลตอบแทนตามการทำงานจริง ใครทำงานมากก็ได้มาก คนที่สมัครก่อนแต่ทำงานน้อยก็จะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าคนที่สมัครหลังแต่ทำงานมาก แต่ไม่มีใครที่ทำงานแล้วไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยจากบริษัท มีการจ่ายผลประโยชน์ที่มั่นคงและชัดเจน มีหลักฐานการจ่ายเงินและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
และ เนื่องจากผม เป็นอดีตนักการตลาดมาก่อน จึงขอ อธิบายวงจร ของธุรกิจ ให้เป็นความรู้เพิ่มเติม เอาแบบเข้าใจง่ายๆเลยนะครับ
วงจรชีวิตของการ ทุกสินค้า หรือทุกธุรกิจ แบ่งออกเป็น ช่วงต่างๆ ดังนี้
1.ช่วงบุกเบิก ก็คือ ช่วงของการเข้าสู่วงการ เข้าสู่ตลาด
ขอยกตัวอย่างธุรกิจเครือข่าย จะได้เห็นชัดเจนขึ้น ในปีแรก มีคนที่สนใจธุรกิจเครือข่าย หรือ พ่อทีมแม่ทีมค่ายอื่น อาจจะวิ่งเข้าไปเพื่อเป็นต้นสายติด บริษัท ระยะนี้ จะมีคนล้มเลิก มากกว่าคนที่พร้อมจะลุยต่อไปกับบริษัท อาจจะเหนื่อยเพราะต้องเปิดตลาด ให้สินค้าเป้นที่ยอมรับ ต้องรอคอย ผลการบริโภคสินค้า แล้วเห็นผล เพื่อผู้บริโภคจะทำการบอกต่อถึงสรรพคุณที่ประทับใจ
และถิอเป็นช่วงที่ คาบลูกคาบดอก เพราะคนที่ล้มเลิกไปก่อน ก็ จะบอกว่า บ.นี้ไม่ดี ทำแล้วไม่สำเร็จ (จริงๆ น่าจะเป็นจากตัวเค้าเองมากกว่า อันนี้เห็นบ่อย) ทำให้คนที่ต้องการเข้ามาศึกษาธุรกิจ มีความกลัว ไม่กล้าเข้ามาร่วมงาน หรือบางคนก็จะ ทำการสังเกตการณ์ไปกอ่น ถ้าไปรอด แนวโน้มดี จึงจะเข้าร่วม
2.ช่วงเติบโต เป็นช่วงที่ ธุรกิจนั้นๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น การเติบโตดีมาก มีตัวอย่างความสำเร็จของนักธุรกิจเครือข่ายให้เห็น สินค้าเป้นที่รู้จักและเป้นที่ยอมรับในคุณภาพ และผลลัพท์ที่ใช้
คนกว่าครึ่งที่เลิกล้มไป อาจจะกลับเข้ามาใหม่ ผู้ที่เคยสังเกตการณ์ในช่วงแรก จะเข้ามาร่วมธุรกิจ รวมถึงคลื่นลูกใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการทำงานให้อิสระมากขึ้น จะเข้ามาศึกษาธุรกิจกัน เรียกง่ายๆว่า โตวันโตคืนเลยก็ว่าได้
3.ช่วงพัฒนาธุรกิจ ในช่วงนี้ เหมารวมไปถึงการขยายสาขาไปต่างประเทศ การขยาการลงทุนในการก่อสร้าง โรงงานการผลิต หรือ ออกสินค้า นวัตกรรมใหม่ ซึ่งในหัวข้อนี้ อาจจะทำได้เรื่อยๆ เป็นช่วงที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงศักยภาพของ บ. และทิศทางของการเติบโต ความมั่นคงของนักธุรกิจเครือข่ายนั้นๆ ให้ขยายองค์กร และเติบโตได้เร็วขึ้น และ บ. แสดงศักยภาพในด้านการค้นคว้าเทคโนโลยี และการประกาศตัวในความเป็นมืออาชีพที่พร้อมจะพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ช่วงนี้ คนจะหลั่งไหลเข้ามามากกว่าช่วงเติบโต เสียอีก และถ้ารักษาความเป็นเลิศไว้ได้ แน่นอน ไม่มีวันไปสู่ช่วงที่ 4 แน่นอน
4.ช่วงตกต่ำ หากธุรกิจใด ไม่มี ช่วงพัฒนาธุรกิจแล้วล่ะก็ แน่นอน วงจรชีวิตคงกระโดดข้ามมาสู่ ช่วงตกต่ำเลยทันที สมาชิกก็หาย บ.อาจจะไม่ปิด แต่คงต้องกลับไปวางแผน ปรับกลยุทธ์ กันใหม่เพื่อออกมาลุย อีกครั้ง
5.ยุคตายแล้วฟื้น ตายแล้วเกิดใหม่
ตัวอย่างเช่น บ.เครือข่าย บางแห่ง หลังจากกลับไปปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ บางที่ก็เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแผนการจ่าย แล้วออกมาทำตลาดใหม่อีกครั้ง โดยนำเสนอข้อดี ต่างนานา ก็ สามารถ พบเห็นได้ ในโดลกธุรกิจออนไลน์ ณ วันนี้ (แต่ผมไม่ขอเอยนาม ครับ)
คำถามคือ แล้ว เราควรจะเข้าร่วมกับ บ.เครือข่าย ใน ช่วงเวลาไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด สำหรับอดีตนัการตลาดอย่างผม หลังจากที่เป็นนักสังเกตการณ์อยู่ 3 ปีกว่า กับ ธุรกิจเครือข่าย บ.เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค คงไม่มีเวลาไหนดีเท่ากับช่วงเวลานี้อีกแล้วครับ (ผมการันตี) เพราะต่อให้คุณอยู่ถูกที่ แต่ไม่ถูกเวลา คุณอาจจะต้องเหนื่อยหน่อย เหนื่อยหนัก และเหนื่อยนาน แทนที่จะเหนื่อยในเวลาเพียงสั้นๆแต่สบายไปตลอด คุณว่าจริงมั้ยล่ะครับ
ด้วยแผนการขยายสาขาในประเทศ และ ปีนี้ เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค วางแผนเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา และอินเดีย และการขยายกำลังการผลิต ก่อสร้างโรงงานเพื่อทำการผลิตเองด้วย และ สร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ นี่ยังไม่รวมการ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาทุกเดือน คงต้องยกนิ้วให้สำหรับความชัดเจน ในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจริงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้นำ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้นักธุรกิจเครือข่ายเอมสตาร์ ขับเคลื่อนพลังเครือข่ายที่แท้จริงได้เต็มกำลัง
ถ้าวันนี้คุณ กำลังมองหา บ.เครือข่ายที่คุณจะเข้าร่วมเพื่อสร้างรายได้และฝากอนาคตให้กับครอบครัว ลองเอาหลักเกณฑ์การพิจารณาดีๆ จาก ผมไปใช้นะครับ คำตอบของทุกท่านอาจเป็นคำตอบเดียว กับ ผมก็ได้ครับ
หลายท่านเคยได้ยิน ประโยคที่ว่า ถูกที่ ถูกเวลา แต่ไม่ถูกทีม เสียหายยับเยิน มั้ยครับ
แล้วสิ่งสำคัญนอกจาก บ.เครือข่ายที่คุณจะเข้าร่วมแล้ว ยังมีอะไรที่จะเป็นสิ่งผลักดันคุณไปสู่ความสำเร็จอีกมั้ย แน่น่อนครับ ต้องมี ทีมงานที่จะช่วยดูแลคุณ ตลอดเส้นทางสู่ความสำเร็จ อ่านได้ ใน บทความต่อไปนะครับ
ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากขึ้น
ผู้คนต้องการเปลี่ยนจาก Salesmanship สู่ Entrepreneurship ธุรกิจเครือข่ายเป็นช่องทางที่ง่ายและลงทุนน้อยที่สุด ในการก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ประกอบกับรูปแบบของธุรกิจเครือข่ายตรงสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ที่เปลี่ยนไป พวกเขาต้องการเวลาและแผนการเงินที่อิสระ การหลุดจากกรอบการทำงานแบบออฟฟิต มาเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่ไม่ต้องเสี่ยงลงทุนผลิตสินค้าเอง เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ครับ เราจึงเป็นได้ว่า นักธุรกิจอิสระ ทุกวันนี้ไม่ใช่กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานดังเช่นเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาทำอย่างจริงจังเสียมากกว่า
รายได้ที่เกิดจากการทำธุรกิจเครือข่าย สามารถเป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน หรือเป็นเงินสะสมเอาไว้ใช้หลังเกษียณ
"สิ่งที่คุณทุ่มเททำมาจะเป็นธุรกิจของของคุณ สร้างเงินออมให้ครอบครัว และเป็นมรดกของลูกคุณอีกด้วย" โดยเครือข่ายและรายได้ทั้งหมดจะยังคงอยู่ตลอดไป
"ธุรกิจเครือข่ายจะอยู่ไปได้เรื่อยๆและจะไม่ล้มหายตายจากไปเหมือนบางธุรกิจ"
ด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวมา บวกรวมกับผู้ประกอบการได้พัฒนาการดำเนินรูปแบบ การดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการดูแลนักธุรกิจของตน ตลอดจนกล้าที่จะฉีกตำราทางการตลาด ผสมผสานรูปแบบการตลาดใหม่ๆ เพื่อให้นักธุรกิจเครือข่ายเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย รวดเร็ว สร้างภาพลักษณ์อันดี และสร้างการรับรู้ในตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกอย่างดีทีเดียวสำหรับทุกท่านทีี่่คิดจะสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับตนเองด้วยธุรกิจเครือข่าย
Why Aimstar network ทำไม ผมจึงเลือก เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับตนเองและครอบครัว
ผมมีหลักเกณฑ์ ในการเลือก ธุรกิจเครือข่ายที่ดี ดังนี้ ครับ
1. เจตนาในการนำเสนอสินค้าเป็นหลัก ไม่ใช่ เจตนาให้คนนำเงินมาลงทุน
2. ค่าธรรมเนียมในการสมัครสมเหตุสมผล คนทุกระดับสามารถสมัครได้ ไม่ต้่องลงทุนสูง และต้องไม่มีการบังคับให้ซื้อสินค้าก่อนในครั้งแรกทีละมากๆเกินจริง
3. เป็นสินค้าสินเปลือง คือใช้แล้วหมดไปคุณภาพดี ราคายุติธรรรม ถ้าผู้บริโภคทดลองใช้แล้วชอบ จึงเกิดการใช้ซ้ำ โดยไม่มีการบังคับซื้อและมีการรับผิดชอบต่อผู้บริโภคเมื่อสินค้ามีปัญหา ไม่ใช่สินค้าราคาแพงกว่าท้องตลาด อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง หรือ เป็น บ.ที่มีสินค้าเพื่อเพียงการบังหน้าเพื่อฉ้อโกงเท่านั้น
4. แผนการตลาดไม่ยากเกินไป สามารถเป็นจริงได้ ผลตอบแทนยุติธรรม รายได้มาจากการทำงาน การขึ้นตำแหน่งเกิดจากการขยายทีมงาน การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ ไม่มีการบังคับรักษายอด ตำแหน่งต่างๆสามารถแซงกันได้จึงไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบในคนที่สมัครทีหลัง หรือสมัครก่อน ไม่ใช่ เน้นหาคนใหม่ไปเรื่อยๆ เมื่อทำไปแล้วยอดขายไม่ถึงเป้า ก็อาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆเลย หรือบังคับการรักษายอดด้วยวงเงินสูงๆ ถ้ารักษายอดไม่ได้แล้วตำแหน่งถูกปลด ต้องเริ่มใหม่
5. จ่ายผลตอบแทนตามการทำงานจริง ใครทำงานมากก็ได้มาก คนที่สมัครก่อนแต่ทำงานน้อยก็จะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าคนที่สมัครหลังแต่ทำงานมาก แต่ไม่มีใครที่ทำงานแล้วไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยจากบริษัท มีการจ่ายผลประโยชน์ที่มั่นคงและชัดเจน มีหลักฐานการจ่ายเงินและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
และ เนื่องจากผม เป็นอดีตนักการตลาดมาก่อน จึงขอ อธิบายวงจร ของธุรกิจ ให้เป็นความรู้เพิ่มเติม เอาแบบเข้าใจง่ายๆเลยนะครับ
วงจรชีวิตของการ ทุกสินค้า หรือทุกธุรกิจ แบ่งออกเป็น ช่วงต่างๆ ดังนี้
1.ช่วงบุกเบิก ก็คือ ช่วงของการเข้าสู่วงการ เข้าสู่ตลาด
ขอยกตัวอย่างธุรกิจเครือข่าย จะได้เห็นชัดเจนขึ้น ในปีแรก มีคนที่สนใจธุรกิจเครือข่าย หรือ พ่อทีมแม่ทีมค่ายอื่น อาจจะวิ่งเข้าไปเพื่อเป็นต้นสายติด บริษัท ระยะนี้ จะมีคนล้มเลิก มากกว่าคนที่พร้อมจะลุยต่อไปกับบริษัท อาจจะเหนื่อยเพราะต้องเปิดตลาด ให้สินค้าเป้นที่ยอมรับ ต้องรอคอย ผลการบริโภคสินค้า แล้วเห็นผล เพื่อผู้บริโภคจะทำการบอกต่อถึงสรรพคุณที่ประทับใจ
และถิอเป็นช่วงที่ คาบลูกคาบดอก เพราะคนที่ล้มเลิกไปก่อน ก็ จะบอกว่า บ.นี้ไม่ดี ทำแล้วไม่สำเร็จ (จริงๆ น่าจะเป็นจากตัวเค้าเองมากกว่า อันนี้เห็นบ่อย) ทำให้คนที่ต้องการเข้ามาศึกษาธุรกิจ มีความกลัว ไม่กล้าเข้ามาร่วมงาน หรือบางคนก็จะ ทำการสังเกตการณ์ไปกอ่น ถ้าไปรอด แนวโน้มดี จึงจะเข้าร่วม
2.ช่วงเติบโต เป็นช่วงที่ ธุรกิจนั้นๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น การเติบโตดีมาก มีตัวอย่างความสำเร็จของนักธุรกิจเครือข่ายให้เห็น สินค้าเป้นที่รู้จักและเป้นที่ยอมรับในคุณภาพ และผลลัพท์ที่ใช้
คนกว่าครึ่งที่เลิกล้มไป อาจจะกลับเข้ามาใหม่ ผู้ที่เคยสังเกตการณ์ในช่วงแรก จะเข้ามาร่วมธุรกิจ รวมถึงคลื่นลูกใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการทำงานให้อิสระมากขึ้น จะเข้ามาศึกษาธุรกิจกัน เรียกง่ายๆว่า โตวันโตคืนเลยก็ว่าได้
3.ช่วงพัฒนาธุรกิจ ในช่วงนี้ เหมารวมไปถึงการขยายสาขาไปต่างประเทศ การขยาการลงทุนในการก่อสร้าง โรงงานการผลิต หรือ ออกสินค้า นวัตกรรมใหม่ ซึ่งในหัวข้อนี้ อาจจะทำได้เรื่อยๆ เป็นช่วงที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงศักยภาพของ บ. และทิศทางของการเติบโต ความมั่นคงของนักธุรกิจเครือข่ายนั้นๆ ให้ขยายองค์กร และเติบโตได้เร็วขึ้น และ บ. แสดงศักยภาพในด้านการค้นคว้าเทคโนโลยี และการประกาศตัวในความเป็นมืออาชีพที่พร้อมจะพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ช่วงนี้ คนจะหลั่งไหลเข้ามามากกว่าช่วงเติบโต เสียอีก และถ้ารักษาความเป็นเลิศไว้ได้ แน่นอน ไม่มีวันไปสู่ช่วงที่ 4 แน่นอน
4.ช่วงตกต่ำ หากธุรกิจใด ไม่มี ช่วงพัฒนาธุรกิจแล้วล่ะก็ แน่นอน วงจรชีวิตคงกระโดดข้ามมาสู่ ช่วงตกต่ำเลยทันที สมาชิกก็หาย บ.อาจจะไม่ปิด แต่คงต้องกลับไปวางแผน ปรับกลยุทธ์ กันใหม่เพื่อออกมาลุย อีกครั้ง
5.ยุคตายแล้วฟื้น ตายแล้วเกิดใหม่
ตัวอย่างเช่น บ.เครือข่าย บางแห่ง หลังจากกลับไปปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ บางที่ก็เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแผนการจ่าย แล้วออกมาทำตลาดใหม่อีกครั้ง โดยนำเสนอข้อดี ต่างนานา ก็ สามารถ พบเห็นได้ ในโดลกธุรกิจออนไลน์ ณ วันนี้ (แต่ผมไม่ขอเอยนาม ครับ)
คำถามคือ แล้ว เราควรจะเข้าร่วมกับ บ.เครือข่าย ใน ช่วงเวลาไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด สำหรับอดีตนัการตลาดอย่างผม หลังจากที่เป็นนักสังเกตการณ์อยู่ 3 ปีกว่า กับ ธุรกิจเครือข่าย บ.เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค คงไม่มีเวลาไหนดีเท่ากับช่วงเวลานี้อีกแล้วครับ (ผมการันตี) เพราะต่อให้คุณอยู่ถูกที่ แต่ไม่ถูกเวลา คุณอาจจะต้องเหนื่อยหน่อย เหนื่อยหนัก และเหนื่อยนาน แทนที่จะเหนื่อยในเวลาเพียงสั้นๆแต่สบายไปตลอด คุณว่าจริงมั้ยล่ะครับ
ด้วยแผนการขยายสาขาในประเทศ และ ปีนี้ เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค วางแผนเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา และอินเดีย และการขยายกำลังการผลิต ก่อสร้างโรงงานเพื่อทำการผลิตเองด้วย และ สร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ นี่ยังไม่รวมการ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาทุกเดือน คงต้องยกนิ้วให้สำหรับความชัดเจน ในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจริงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้นำ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้นักธุรกิจเครือข่ายเอมสตาร์ ขับเคลื่อนพลังเครือข่ายที่แท้จริงได้เต็มกำลัง
ถ้าวันนี้คุณ กำลังมองหา บ.เครือข่ายที่คุณจะเข้าร่วมเพื่อสร้างรายได้และฝากอนาคตให้กับครอบครัว ลองเอาหลักเกณฑ์การพิจารณาดีๆ จาก ผมไปใช้นะครับ คำตอบของทุกท่านอาจเป็นคำตอบเดียว กับ ผมก็ได้ครับ
หลายท่านเคยได้ยิน ประโยคที่ว่า ถูกที่ ถูกเวลา แต่ไม่ถูกทีม เสียหายยับเยิน มั้ยครับ
แล้วสิ่งสำคัญนอกจาก บ.เครือข่ายที่คุณจะเข้าร่วมแล้ว ยังมีอะไรที่จะเป็นสิ่งผลักดันคุณไปสู่ความสำเร็จอีกมั้ย แน่น่อนครับ ต้องมี ทีมงานที่จะช่วยดูแลคุณ ตลอดเส้นทางสู่ความสำเร็จ อ่านได้ ใน บทความต่อไปนะครับ
ป้ายกำกับ:
เครือข่าย,
ธุรกิจเครือข่าย,
รายได้เสริม,
อิสรภาพ,
เอมสตาร์
Why Network Marketing ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย
ก่อนอื่น ทุกท่านคงต้องทราบว่า ทำไมเราทุกท่านจึงควรทำธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing) มีวิวัฒนาการอย่างไร
จริงแล้ว คำว่า Network Marketing หมายถึง การตลาดเครือข่าย มีที่มาจาก คำว่า MLM เพียงแต่ด้วยยุคที่มันเปลี่ยนไป เป็นยุค network วงการธุรกิจเครือข่าย จึงเปลี่ยนมาใช้ คำว่า ธุรกิจเครือข่าย แทน MLM
ซึ่งความหมายเดียวกัน
MLM คืออะไร ? / MLM ให้อะไร ? / MLM เหมาะกับใคร ? / ทำไมต้อง MLM ?
MLM ย่อมาจาก Multi Level Marketing (ระบบการตลาดซ้อนหลายชั้น หรือเรียกสั้นๆ ในบ้านเราว่าธุรกิจเครือข่าย)
MLM คือ ระบบ การวางแผนการตลาด การค้ารูปแบบหนึ่ง ซึ่งส่วนมากมองข้ามไปเป็นวิวัฒนาการของการคิด การค้า แบบให้ผลตอบแทนหลายชั้น หลายระดับ คอนเซปง่ายๆ คือใช้ดีแล้วบอกต่อ (เหมือนคุณไปดูหนัง 1 เรื่อง หนังสนุกจึงไปแนะนำให้เพื่อนดู ...โรงหนังไม่ได้ให้ค่าตอบแทนคุณ แต่ธุรกิจเครือข่ายให้ค่าตอบแทนที่คุณช่วยแนะนำ) ทั่วไปมักมองว่าเป็นลูกโซ่ หรือปิรามิด ถ้าลองศึกษาลงไปจะเห็นว่าเป็นระบบที่ดี ตัวอย่างการมอง อยู่ว่าเรามองอย่างไรหลายคนมองว่า คนมาก่อนได้เปรียบ คนอยู่บนเอาเปรียบ ท่านลองมองระบบงานปัจจุบันครับ
• งานราชการ เป็นปิรามิดที่ชัดเจนที่สุด คือ มี ระดับชั้น ของ ข้าราชการ เช่นมี ซี 1,2,3,4..... อย่างนี้เป็นปิรามิดไหมครับ มี C1 จำนวนมาก C2 ก็มีน้อยลง จนถึง C11 มีกี่คน
• บริษัททั่วไป ถ้าเราเข้าไปเช่น เริ่มจาก พนักงานขาย การจะได้เป็น รองหัวหน้าหน่วย ต้องใช้เวลา และมีรองหัวหน้าหน่วยกี่คน หัวหน้าหน่วยล่ะ อาจมี ซุปเปอร์ไวเซอร์ แล้วมีได้กี่คน และต้องการเป็นผู้จัดการล่ะ มีได้กี่คน
• แต่ธุรกิจเครือข่ายนั้น ถึงจะมาทีหลังทำมากกว่า ขยันมากกว่าก็สามารถแซงรายได้คนมาก่อนได้ นี่แค่เขียนถึงระบบโดยกว้างๆนะครับ ถ้าเจาะลึกลงไป ยังมีสิ่งที่เราอาจขำไม่ออก เช่น วันนี้เราได้งานเป็น พนักงานขายพร้อมด้วยเพื่อนรักเราคนหนึ่งที่พร้อมตายแทนเราได้ ผ่านไป 5 ปี เราและเพื่อนต่างขยันขันแข็งทำงานได้ดีมาก บริษัทเปิดโอกาส ให้เราเลื่อนตำแหน่ง เป็นผู้จัดการ แต่ผู้จัดการมีได้กี่คนครับ ส่วนมากหนึ่งเดียว
ท่านคิดอย่างไร
--> ให้เพื่อนเป็นไปก่อน แต่ผลงานเราดีกว่าเพื่อนอยู่นิดหน่อย
--> เราเป็นเองดีกว่า (แล้วเพื่อนท่านล่ะคิดอย่างไร)
อย่า เพิ่งดีใจครับ ปรากฎว่า หลายชายเจ้าของ จบโท มาจากเมืองนอกทางด้านการตลาด ได้เป็นผู้จัดการ ในขณะที่คนทุ่มเททำงานมาแทบตาย 5 ปียังอยู่ที่เดิม และคุณเคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ด้วยตัวเองหรือเพื่อนเล่าให้ฟังบ้างไหม? (คำตอบ คือ..............) นี่แค่ตัวอย่างเดียวเท่านั้นครับ
MLM ให้อะไร ใช่เรื่องแรกต้องควรรู้ก่อนว่าให้อะไร ใช่ไหมครับ จะได้ใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ จากการศึกษาถึงระบบ MLM สิ่งได้พบจุดเด่น ของระบบนี้ คือ
• ความเท่าเทียม หรือ โอกาสในการสร้างธรุกิจ(รายได้) ไม่ว่าคุณจะจบอะไรมาก็ตาม
• ไม่จำกัดรายได้ ทำงานมากได้รายได้มาก ทำงานน้อยได้รายได้น้อย ไม่ทำก็ไม่ได้ มาก่อนมาหลังจึงไม่สำคัญ
• ไม่จำกัดเวลาทำงาน จะตื่นมาทำงานกี่โมงนั่นแล้วแต่วินัยของตัวคุณเอง อาจจะตื่นบ่ายโมงทำงานถึงเที่ยงคืนคุณก็กำหนดเอาเอง
ข้อเสีย คนไม่เข้าใจแล้วนำไปคิดเองโดยไม่ศึกษา และนำไปถ่ายทอดแบบไม่ถูกต้อง
MLM เหมาะกับใคร? เรื่องนี้บอกได้อย่างเดียวว่า เหมาะ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้างธุรกิจ เพราะ MLM คือการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ใครสร้างได้มากย่อมมีรายได้มาก ในความเห็นส่วนตัว ผมว่าน่าที่จะสร้าง ธุรกิจ MLM ไว้สำรองรายได้ ถึงท่านจะทำอะไรอยู่ก็ตาม เพราะ MLM ไม่มีต้นทุนเพิ่ม มีแต่ รายได้เพิ่ม (ถ้าคุณทำ)
และจากทั้งหมดนี้ ท่านว่าทำไมต้อง MLM พอจะได้คำตอบไหมครับ?
ผมขอสรุปให้ทุกท่านได้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้ครับ
ธุรกิจเครือข่ายที่ดี : เจตนาในการนำเสนอสินค้าเป็นหลัก ค่าธรรมเนียมในการรับสมัครสมเหตุสมผล คนทุกระดับสามารถสมัครได้ ไม่ต้องลงทุนสูง เป็น สินค้า ใช้แล้วหมดไป คุณภาพดี ราคายุติธรรม ถ้าผู้บริโภคทดลองใช้แล้วชอบจึงเกิดการซื้อซ้ำ โดยจะไม่มีการบังคับซื้อ และมีการรับผิดชอบผู้บริโภคเมื่อสินค้ามีปัญหา แผน การตลาดไม่ยากเกินไป สามารถเป็นไปได้จริง ผลตอบแทนยุติธรรม รายได้มาจากการทำงาน การขึ้นตำแหน่งเกิดจากการขยายทีมงาน การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ ไม่มีการบังคับรักษายอด ตำแหน่งต่าง ๆ ขึ้นแล้วไม่มีการตกหรือปลด และสามารถแซงกันได้ จึงไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบในคนที่สมัครทีหลัง หรือสมัครก่อน จ่าย ผลประโยชน์ตามการทำงานจริง ใครทำงานมาก ก็ได้มาก คนที่สมัครก่อนแต่ทำงานน้อย ก็จะได้ผลประโยชน์น้อยกว่าคนที่สมัครทีหลัง แต่ทำงานมาก แต่ไม่มีใครที่ทำงานแล้ว ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยจากบริษัท มีการจ่ายผลประโยชน์ที่ชัดเจนและมั่นคง มีหลักฐานการจ่ายเงิน และเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
จริงแล้ว คำว่า Network Marketing หมายถึง การตลาดเครือข่าย มีที่มาจาก คำว่า MLM เพียงแต่ด้วยยุคที่มันเปลี่ยนไป เป็นยุค network วงการธุรกิจเครือข่าย จึงเปลี่ยนมาใช้ คำว่า ธุรกิจเครือข่าย แทน MLM
ซึ่งความหมายเดียวกัน
MLM คืออะไร ? / MLM ให้อะไร ? / MLM เหมาะกับใคร ? / ทำไมต้อง MLM ?
MLM ย่อมาจาก Multi Level Marketing (ระบบการตลาดซ้อนหลายชั้น หรือเรียกสั้นๆ ในบ้านเราว่าธุรกิจเครือข่าย)
MLM คือ ระบบ การวางแผนการตลาด การค้ารูปแบบหนึ่ง ซึ่งส่วนมากมองข้ามไปเป็นวิวัฒนาการของการคิด การค้า แบบให้ผลตอบแทนหลายชั้น หลายระดับ คอนเซปง่ายๆ คือใช้ดีแล้วบอกต่อ (เหมือนคุณไปดูหนัง 1 เรื่อง หนังสนุกจึงไปแนะนำให้เพื่อนดู ...โรงหนังไม่ได้ให้ค่าตอบแทนคุณ แต่ธุรกิจเครือข่ายให้ค่าตอบแทนที่คุณช่วยแนะนำ) ทั่วไปมักมองว่าเป็นลูกโซ่ หรือปิรามิด ถ้าลองศึกษาลงไปจะเห็นว่าเป็นระบบที่ดี ตัวอย่างการมอง อยู่ว่าเรามองอย่างไรหลายคนมองว่า คนมาก่อนได้เปรียบ คนอยู่บนเอาเปรียบ ท่านลองมองระบบงานปัจจุบันครับ
• งานราชการ เป็นปิรามิดที่ชัดเจนที่สุด คือ มี ระดับชั้น ของ ข้าราชการ เช่นมี ซี 1,2,3,4..... อย่างนี้เป็นปิรามิดไหมครับ มี C1 จำนวนมาก C2 ก็มีน้อยลง จนถึง C11 มีกี่คน
• บริษัททั่วไป ถ้าเราเข้าไปเช่น เริ่มจาก พนักงานขาย การจะได้เป็น รองหัวหน้าหน่วย ต้องใช้เวลา และมีรองหัวหน้าหน่วยกี่คน หัวหน้าหน่วยล่ะ อาจมี ซุปเปอร์ไวเซอร์ แล้วมีได้กี่คน และต้องการเป็นผู้จัดการล่ะ มีได้กี่คน
• แต่ธุรกิจเครือข่ายนั้น ถึงจะมาทีหลังทำมากกว่า ขยันมากกว่าก็สามารถแซงรายได้คนมาก่อนได้ นี่แค่เขียนถึงระบบโดยกว้างๆนะครับ ถ้าเจาะลึกลงไป ยังมีสิ่งที่เราอาจขำไม่ออก เช่น วันนี้เราได้งานเป็น พนักงานขายพร้อมด้วยเพื่อนรักเราคนหนึ่งที่พร้อมตายแทนเราได้ ผ่านไป 5 ปี เราและเพื่อนต่างขยันขันแข็งทำงานได้ดีมาก บริษัทเปิดโอกาส ให้เราเลื่อนตำแหน่ง เป็นผู้จัดการ แต่ผู้จัดการมีได้กี่คนครับ ส่วนมากหนึ่งเดียว
ท่านคิดอย่างไร
--> ให้เพื่อนเป็นไปก่อน แต่ผลงานเราดีกว่าเพื่อนอยู่นิดหน่อย
--> เราเป็นเองดีกว่า (แล้วเพื่อนท่านล่ะคิดอย่างไร)
อย่า เพิ่งดีใจครับ ปรากฎว่า หลายชายเจ้าของ จบโท มาจากเมืองนอกทางด้านการตลาด ได้เป็นผู้จัดการ ในขณะที่คนทุ่มเททำงานมาแทบตาย 5 ปียังอยู่ที่เดิม และคุณเคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ด้วยตัวเองหรือเพื่อนเล่าให้ฟังบ้างไหม? (คำตอบ คือ..............) นี่แค่ตัวอย่างเดียวเท่านั้นครับ
MLM ให้อะไร ใช่เรื่องแรกต้องควรรู้ก่อนว่าให้อะไร ใช่ไหมครับ จะได้ใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ จากการศึกษาถึงระบบ MLM สิ่งได้พบจุดเด่น ของระบบนี้ คือ
• ความเท่าเทียม หรือ โอกาสในการสร้างธรุกิจ(รายได้) ไม่ว่าคุณจะจบอะไรมาก็ตาม
• ไม่จำกัดรายได้ ทำงานมากได้รายได้มาก ทำงานน้อยได้รายได้น้อย ไม่ทำก็ไม่ได้ มาก่อนมาหลังจึงไม่สำคัญ
• ไม่จำกัดเวลาทำงาน จะตื่นมาทำงานกี่โมงนั่นแล้วแต่วินัยของตัวคุณเอง อาจจะตื่นบ่ายโมงทำงานถึงเที่ยงคืนคุณก็กำหนดเอาเอง
ข้อเสีย คนไม่เข้าใจแล้วนำไปคิดเองโดยไม่ศึกษา และนำไปถ่ายทอดแบบไม่ถูกต้อง
MLM เหมาะกับใคร? เรื่องนี้บอกได้อย่างเดียวว่า เหมาะ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้างธุรกิจ เพราะ MLM คือการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ใครสร้างได้มากย่อมมีรายได้มาก ในความเห็นส่วนตัว ผมว่าน่าที่จะสร้าง ธุรกิจ MLM ไว้สำรองรายได้ ถึงท่านจะทำอะไรอยู่ก็ตาม เพราะ MLM ไม่มีต้นทุนเพิ่ม มีแต่ รายได้เพิ่ม (ถ้าคุณทำ)
และจากทั้งหมดนี้ ท่านว่าทำไมต้อง MLM พอจะได้คำตอบไหมครับ?
ผมขอสรุปให้ทุกท่านได้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้ครับ
ธุรกิจเครือข่ายที่ดี : เจตนาในการนำเสนอสินค้าเป็นหลัก ค่าธรรมเนียมในการรับสมัครสมเหตุสมผล คนทุกระดับสามารถสมัครได้ ไม่ต้องลงทุนสูง เป็น สินค้า ใช้แล้วหมดไป คุณภาพดี ราคายุติธรรม ถ้าผู้บริโภคทดลองใช้แล้วชอบจึงเกิดการซื้อซ้ำ โดยจะไม่มีการบังคับซื้อ และมีการรับผิดชอบผู้บริโภคเมื่อสินค้ามีปัญหา แผน การตลาดไม่ยากเกินไป สามารถเป็นไปได้จริง ผลตอบแทนยุติธรรม รายได้มาจากการทำงาน การขึ้นตำแหน่งเกิดจากการขยายทีมงาน การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ ไม่มีการบังคับรักษายอด ตำแหน่งต่าง ๆ ขึ้นแล้วไม่มีการตกหรือปลด และสามารถแซงกันได้ จึงไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบในคนที่สมัครทีหลัง หรือสมัครก่อน จ่าย ผลประโยชน์ตามการทำงานจริง ใครทำงานมาก ก็ได้มาก คนที่สมัครก่อนแต่ทำงานน้อย ก็จะได้ผลประโยชน์น้อยกว่าคนที่สมัครทีหลัง แต่ทำงานมาก แต่ไม่มีใครที่ทำงานแล้ว ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยจากบริษัท มีการจ่ายผลประโยชน์ที่ชัดเจนและมั่นคง มีหลักฐานการจ่ายเงิน และเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ป้ายกำกับ:
การตลาด,
ธุรกิจเครือข่าย,
รายได้เสริม,
mlm
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ระบบดึงดูดอัตโมัติ
ระบบดึงดูดอัตโนมัติ น้ัน คำนึงถึงปัญหาเรื้อรังในธุรกิจเครือข่ายเป็นอันดับแรก นั่นคือ การถูกจำกัดอยู่แต่เพียง รายชื่อคนรู้จัก และแม้แต่ถ้าจะลงโฆษณาเพื่อขยายกลุ่มผู้มุ่งหวัง ก็ต้องเสี่ยงกับการที่งบโฆษณาบานปลาย และได้ไม่คุ้มเสีย ผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่ายด้วยวิธี ลิสต์รายชื่อชวนคน จึงมีเพียงจำนวนน้อยทประสบความสำเร็จ แต่ส่วนใหญ่มักล้มเลิกไปก่อน เพราะไม่อาจก้าวข้ามข้อจำกัดในใจของตัวเองได้ ข้อจำกัดนั้น เราเรียกว่า Comfort Zone ครับ Comfort Zone คือ ความเคยชินส่วนตัวที่เรามีต่อสิ่งต่างๆ และเรามักไม่อยากเปลี่ยน ซึ่งแต่ละคนจะมีต่างกันไป บางคนเคยชินกับการที่มีคนยกย่องชื่นชม แต่เมื่ิอมาทำธุรกิจเครือข่าย กลับเจอแต่คนตำหนิติเตียน ก็เกิดอาการรับไม่ได้ขอกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมที่มีแต่คนยกย่องดีกว่า หมายความว่า ขอกลับไปอยู่ใน Comfort Zone หรือพื้นที่ส่วนตัวที่คุ้นชินอย่างเดิมดีกว่า บางคนรู้สึกว่าทุ่มเทเวลาและเงินทองกับธุรกิจเครือข่ายมาหลายเดือน ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ก็เริ่มเปรียบเทียบกับประสบการณ์เดิมที่ตัวเองคุ้นชิน เช่น เริ่มคิดว่า ถ้าเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการทำโอที ป่านนี้ก็ได้เงินเพิ่มเดือนละหลายพันแล้ว ไม่เห็นต้องมาลำบากอะไรอย่างนี้ เลิกทำธุรกิจเครือข่าย แล้วเอาเวลาไปทำโอทีดีกว่า..
มีเหตุผลสารพัด ที่เราบอกกับตัวเองว่า ชีวิตแบบที่เคยชิน มันก็ดีอยู่แล้ว จะมาเสียเวลาทำธุรกิจเครือข่ายที่มองไม่เห็นอนาคตไปทำไม แม้จะเห็นกับตาว่า มีคนตั้งมากมายที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย แต่เราก็จะบอกกับตัวเองว่าเป็นเพราะคนพวกนั้นเก่งกว่าเรา ดวงดีกว่าเรา หรืออะไรอีกหลายๆอยางที่ดีกว่าเรา สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ล้มเลิกไปจากธุรกิจเครือข่าย ก็เพราะไม่สามารถก้าวข้าม Comfort Zone ในใจของตัวเองได้นี่แหละครับ
การออกแบบ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ จึงต้องคำนึงถึงเรื่อง Comfort Zone ของแต่ละคนด้วย คือ ทุกคนต้องสามารถใช้ระบบได้โดยง่าย และต้องไม่ฝืน Comfort Zone ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย การจะทำอย่างนั้นได้เราต้องให้ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ ช่วยจัดการงานพื้นฐานแทนเราได้ทั้งหมด เช่น
- ช่วยดึงดูดผู้มุ่งหวังที่มีศักยภาพจากทั่วทุกมุมโลก และนั่นหมายถึงคุณไม่จำเป็นต้อง ลิสต์รายชื่อคนรู้จักอีกต่อไป
- ช่วยสร้างระบบติดตามผลอัตโนมัติ ซึ่งหมายถึง คุณไม่ต้องโทรตามตื๊อผู้มุ่งหวังอีกต่อไป
- ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานเสมือนจริง เพื่อให้ทีมงานทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้แม้จะอยู่กันคนละซีกโลก
- ช่วยให้คุณและดาวน์ไลน์ของคุณสามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยสร้างกำลังใจให้ดาวน์ไลน์อย่างมาก
- ช่วยให้ดาวน์ไลน์ของคุณ copy วิธีการทำงานของคุณได้ง่าย และถ่ายทอดให้ดาวน์ไลน์ของพวกเขาได้ง่ายเช่นกัน
ท้ังหมดนี้ คือ งานหลักที่ระบบดึงดูดอัตโนมัติ สามารถทำแทนเราได้แล้วเราเหลืองานอะไรบ้างล่ะที่ต้องทำด้วยตัวเอง งานที่เราต้องทำด้วยตัวเองนั้น "สำคัญมาก" เพราะไม่มีวันที่เทคโนโลยีใดๆจะช่วยทำแทนเราได้ งานน้ันคือ "การพัฒนาบุคลิกภาพและทักษะในการสื่อสาร" เพื่อเตรียมพร้อมในการเป็น "ผู้นำที่มีศักยภาพ" ครับ
น่ันแหละครับ คือ งานที่เหลือของคุณ และมันคือ "แรงดึงดูดที่แท้จริง" ของคุณด้วยครับระบบดึงดูดอัตโนมัติ ช่วยให้เราทุกคนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย และเท่าเทียมกันก็จริงอยู่แต่มันไม่ได้การันตีว่า คุณจะสามารถประสบความสำเร็จสูงสุดได้ในธุรกิจเครือข่ายเพราะการที่คนเราจะประสบความสำเร็จสูงสุดในธุรกิจเครือข่ายได้น้ัน การพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นผู้นำที่มีศักยภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หากคุณต้องการให้ผู้คนทั้งหลาย ยินดึติดตามคุณ และพร้อมที่จะสนับสนุนคุณทุกเมื่อ ไม่ว่าคุณจะ ทำอะไรก็ตาม
ระบบดึงดูดอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นเพียงแค่วิธีแก้ปัญหา หากแต่มันคือ คุณค่าใหม่ที่จะถูกส่งมอบให้กับนักธุรกิจเครือข่ายรุ่นต่อๆไปของเรา เพื่อสร้างรากฐานให้กับวัฒนธรรมองค์กรของพวกเราต่อไปในอนาคตครับ
ท้ังหมดนี้ คือ ความสำคัญของ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ หรือ Auto Attraction System ที่มีต่อนักธุรกิจเครือข่าย โดยเฉพาะผู้ที่ยังรู้สึกว่า การทำธุรกิจเครือข่ายในแบบเดิมๆนั้น เป็นสิ่งที่ฝืน Comfort Zone ของตัวเองเป็นอย่างมาก คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด หรือรู้สึกมีปมด้อยอีกต่อไป เพราะ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ สามารถช่วยทำงานแทนคุณได้ถึง90% ที่เหลืออีก 10% นั้น คือส่วนที่คุณต้องจัดการเอง ซึ่งผมเชื่อว่า ไม่ยากเกินความสามารถของคุณครับ
คิดว่าทุกคนคงอยากรู้แล้วว่า ระบบดึงดูดอัตโนมัติ ถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร และมันประกอบด้วยอะไรบ้าง โปรดติดตามในบทความต่อไป
มีเหตุผลสารพัด ที่เราบอกกับตัวเองว่า ชีวิตแบบที่เคยชิน มันก็ดีอยู่แล้ว จะมาเสียเวลาทำธุรกิจเครือข่ายที่มองไม่เห็นอนาคตไปทำไม แม้จะเห็นกับตาว่า มีคนตั้งมากมายที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย แต่เราก็จะบอกกับตัวเองว่าเป็นเพราะคนพวกนั้นเก่งกว่าเรา ดวงดีกว่าเรา หรืออะไรอีกหลายๆอยางที่ดีกว่าเรา สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ล้มเลิกไปจากธุรกิจเครือข่าย ก็เพราะไม่สามารถก้าวข้าม Comfort Zone ในใจของตัวเองได้นี่แหละครับ
การออกแบบ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ จึงต้องคำนึงถึงเรื่อง Comfort Zone ของแต่ละคนด้วย คือ ทุกคนต้องสามารถใช้ระบบได้โดยง่าย และต้องไม่ฝืน Comfort Zone ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย การจะทำอย่างนั้นได้เราต้องให้ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ ช่วยจัดการงานพื้นฐานแทนเราได้ทั้งหมด เช่น
- ช่วยดึงดูดผู้มุ่งหวังที่มีศักยภาพจากทั่วทุกมุมโลก และนั่นหมายถึงคุณไม่จำเป็นต้อง ลิสต์รายชื่อคนรู้จักอีกต่อไป
- ช่วยสร้างระบบติดตามผลอัตโนมัติ ซึ่งหมายถึง คุณไม่ต้องโทรตามตื๊อผู้มุ่งหวังอีกต่อไป
- ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานเสมือนจริง เพื่อให้ทีมงานทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้แม้จะอยู่กันคนละซีกโลก
- ช่วยให้คุณและดาวน์ไลน์ของคุณสามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยสร้างกำลังใจให้ดาวน์ไลน์อย่างมาก
- ช่วยให้ดาวน์ไลน์ของคุณ copy วิธีการทำงานของคุณได้ง่าย และถ่ายทอดให้ดาวน์ไลน์ของพวกเขาได้ง่ายเช่นกัน
ท้ังหมดนี้ คือ งานหลักที่ระบบดึงดูดอัตโนมัติ สามารถทำแทนเราได้แล้วเราเหลืองานอะไรบ้างล่ะที่ต้องทำด้วยตัวเอง งานที่เราต้องทำด้วยตัวเองนั้น "สำคัญมาก" เพราะไม่มีวันที่เทคโนโลยีใดๆจะช่วยทำแทนเราได้ งานน้ันคือ "การพัฒนาบุคลิกภาพและทักษะในการสื่อสาร" เพื่อเตรียมพร้อมในการเป็น "ผู้นำที่มีศักยภาพ" ครับ
น่ันแหละครับ คือ งานที่เหลือของคุณ และมันคือ "แรงดึงดูดที่แท้จริง" ของคุณด้วยครับระบบดึงดูดอัตโนมัติ ช่วยให้เราทุกคนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย และเท่าเทียมกันก็จริงอยู่แต่มันไม่ได้การันตีว่า คุณจะสามารถประสบความสำเร็จสูงสุดได้ในธุรกิจเครือข่ายเพราะการที่คนเราจะประสบความสำเร็จสูงสุดในธุรกิจเครือข่ายได้น้ัน การพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นผู้นำที่มีศักยภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หากคุณต้องการให้ผู้คนทั้งหลาย ยินดึติดตามคุณ และพร้อมที่จะสนับสนุนคุณทุกเมื่อ ไม่ว่าคุณจะ ทำอะไรก็ตาม
ระบบดึงดูดอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นเพียงแค่วิธีแก้ปัญหา หากแต่มันคือ คุณค่าใหม่ที่จะถูกส่งมอบให้กับนักธุรกิจเครือข่ายรุ่นต่อๆไปของเรา เพื่อสร้างรากฐานให้กับวัฒนธรรมองค์กรของพวกเราต่อไปในอนาคตครับ
ท้ังหมดนี้ คือ ความสำคัญของ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ หรือ Auto Attraction System ที่มีต่อนักธุรกิจเครือข่าย โดยเฉพาะผู้ที่ยังรู้สึกว่า การทำธุรกิจเครือข่ายในแบบเดิมๆนั้น เป็นสิ่งที่ฝืน Comfort Zone ของตัวเองเป็นอย่างมาก คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด หรือรู้สึกมีปมด้อยอีกต่อไป เพราะ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ สามารถช่วยทำงานแทนคุณได้ถึง90% ที่เหลืออีก 10% นั้น คือส่วนที่คุณต้องจัดการเอง ซึ่งผมเชื่อว่า ไม่ยากเกินความสามารถของคุณครับ
คิดว่าทุกคนคงอยากรู้แล้วว่า ระบบดึงดูดอัตโนมัติ ถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร และมันประกอบด้วยอะไรบ้าง โปรดติดตามในบทความต่อไป
ป้ายกำกับ:
ดาวไลน์,
ธุรกิจเครือข่าย,
รายได้เสริม,
แรงดึงดูด,
อัตโนมัติ
ธุรกิจเครือข่ายที่ดีเป็นอย่างไร

ธุรกิจเครือข่ายที่ดี ต้องดูที่ 7 องค์ประกอบของความสำเร็จ
1. บริษัท (Company) บริษัทต้องมีความมั่นคง แข็งแรง ฐานะทางการเงินต้องมั่นคง
2. ผลิตภัณฑ์ (Products) ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม มีเอกลักษณ์จุดขายเหนือคู่แข่ง
3. แผนธุรกิจ (Plan) แผนรายให้ผลตอบแทนอย่างยุติธรรม และมีรายได้ที่คุ้มค่า มั่งคั่ง
4. แนวโน้ม (Trends) สินค้ามีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในปัจจุบันและอนาคต
5. จังหวะเวลา (Timing) ช่วงเวลาต้องอยู่ในช่วงที่เริ่มต้นไม่นาน และอยู่ในช่วงกำลังเจริญเติบโตอย่างยิ่งยวด
6. ทีมงาน (Team) ผู้นำมีความเป็นมืออาชีพ จริงใจ และช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จได้จริงๆ
7. ทีมผู้บริหาร (Management) ผู้บริหารมืออาชีพ วิสัยทัศน์ก้าวไกล มีประสบการณ์มายาวนานในด้านธุรกิจเครือข่าย
ป้ายกำกับ:
ธุรกิจเครือข่าย,
ผลิตภัณฑ์,
รายได้เสริม,
วิสัยทัศน์
รู้จักผมก่อนนะ

สวัสดีครับ ผมชื่อ โอฬาร โรจนวิชัย เป็นคน จ.ฉะเชิงเทรา เพราะด้วยทาง พ่อ และ แม่ ผม มาทำงานที่เป็นลูกจ้างที่ กทม จึงได้มีโอกาสมาอาศัย เรียนอยู่กรุงเทพตั้งแต่เด็ก จนจบการศึกษา ป ตรี ทางด้าน วิศวกร อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันก็ ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชน แห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง PROJECT SALES ENGINEER
ในอดีตหลังจากเรียนจบ ม.3 ผมก็ชอบเป็นคนหนึ่งที่มักหารายได้เพิ่ม ทำยามว่างช่วง ปิดเทอม เช่น พนักงานขายสินค้ายืนตามห้างทั้งวัน ด้วยเพราะทางญาติทำงานอยู่ จึงแนะนำให้ไปทำก็สนุกดีครับ เพื่อนๆเยอะเลย จนมาขายสินค้าวางแผงมือสองแถวท่าพระจันทร์ก็คือเอาของที่บ้านที่ไม่ใช้มาขายบ้างพอมีทุนหน่อยก็หาจับของแถวนั้นมาขายอีกที่ แต่ไม่เคยขโมยมานะครับ หรือจะเป็นเด็กฝึกงานที่อู่ซ่อมรถ ขับมอไซรับจ้าง พนักงานส่งอาหาร KFC ด้วยเหตุผลเพราะ ทางบ้านไม่ค่อยมีตังให้ใช้เท่าไร จึงอยากหาเองมากกว่า เพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว บ้าง กิน เที่ยว เล่นเกมส์ ตามประสาเด็กๆตามเพื่อน หลังจากเรียนจบการ ศึกษา ปวส ผมไม่ได้ตัดสินใจเรียนต่อ ป.ตรี ทันทีเพราะ ไม่ต้องการเป็นภาระของทางบ้าน เพราะถ้าเรียนต่อ ปตรี ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึง เริ่มหางานทำเลย จนได้มาทำ เป็นช่างเทคนิคและบริการ รวมระยะเวลา 6 ปี ตลอดระยะเวลาผมก็คิดเสมอว่าถ้าเราได้เรียนจบสูงกว่านี้ เชื่อว่าจะมีโอกาสทางหน้าที่ การงาน เงินเดือน สูงขึ้น กับ บริษัทที่มั่นคง เมื่อทุกอย่างโอเค ผม จึงได้ไปสมัครเรียนต่อ โดยใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิกงาน จนสำเร็จ
ผมมีความเชื่ออีกอย่างครับว่า อาชีพ วิศวกร หรือ เกี่ยวกับ ฝ่ายขายจะเป็นอาชีพที่จะสามารถพาเราไปถึงฝันและเป้าหมายได้ หลังจาก ทำงานมาเป็นเวลา 5 ปีพบว่ายังไม่สามารถได้ในสิ่งที่เราต้องการแม้ว่าจะได้เป็นตำแหน่ง SALES SUPERVISOR ก็ตามแต่สิ่งที่ตามมาคือ ความเครียดและการทำงานที่หนักมากยิ่งขึ้น ยอดขายก็ ขึ้นๆลงๆ ปัญหามากมายที่เราควบคุมมันไม่ได้ อาชีพเซลก็ต้องแขวนอยู่กับยอดขายเดือนใหนดีก้อรอดไปรายเดือน บางครั้ง ทำให้เรารู้สึกว่างานที่เราทำอยู่ไม่ได้มีความมั่นคงอย่างที่เราคิด ในช่วงเวลาเดียวกัน ผมกับไดไปเจอ เพื่อนสมัยเด็กที่เคย เที่ยวมาด้วยกัน มาเปิดโอกาสเล่าเรื่องธุรกิจ ที่เรียกว่า MLM ของบริษัทที่มีชื่อเสียงอันดับท็อปโฟร์ในเมืองไทย แห่งหนึ่ง แต่ในตอนแรกคิดว่าเป็นแค่งานขายของ และไม่เคยเห็นใครสำเร็จในธุรกิจนี้เลยแต่เมื่อฟังอย่างละเอียด จึงเริ่มเข้าใจว่านี่เป็นโอกาสหนึ่งในการสร้างรายได้ที่ไม่มีขีดจำกัดให้เราได้ จึงตัดสินใจและเข้าไปเรียน รู้ในคอร์สต่างๆที่ทางบริษัทจัดขึ้นซึ่งทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า ธุรกิจ MLM ไม่ได้เหมือนธุรกิจอื่นที่เราคิด จากนั้นก็ลงมือทำธุรกิจอย่างจริงจัง เราจัดเวลาหลังเลิกงานประจำ และวันหยุดทำควบคู่อย่างตั้งใจและต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มากพอ จะทำให้เราเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้งและย่อขนาดของปัญหา และทักษะความชำนาญของเราก็ย่อมเกิดจากเกิดจากการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลที่ใด้ก็ถือว่ายังไม่สำเร็จเท่าที่ควร และรู้สึกเหนื่อย กับวิธีการแบบที่ผู้นำ หรือ อัพไลน์ ถ่ายทอดให้เรานั่นคือ
-ลิสต์รายชื่อ ไล่ล่าเอาคนที่ใกล้ตัวเรา เชื่อถือเราเกรงใจเรา
-เขียนแผนรายได้; แนะนำสาธิตสินค้าให้ดีเพื่อ (ขาย)กับคนรู้จัก
-การโทรนัดหมายโทรจิก ตามลิสต์รายชื่อ
-ชวนญาติ พี่น้องและคนรู้จักเพื่อเข้าร่วมธุรกิจ
-ชวนคนข้างบ้านเข้าประชุมตามโรงแรม,และตบท้ายด้วย After Meeting.และออกเสียงดังๆสร้างพลัง
เหล่านี้ที่อยู่ในสิ่งที่เราคิดว่า ต้องทำมันถึงจะประสบความสำเร็จได้
บางครั้งเคยตั้งคำถามกับตัวเองครับว่า มันไม่น่ายากขนาดนี้ มันน่าจะมีวิธีการที่ง่ายกว่านี้ โชคดีที่ผมพอจะใช้ INTERNET หรือว่า GOOGLE เป็น ผมจึงได้ค้นหาคำตอบนี้และลอง หาข้อมูล มาเป็นเวลา 1 ปี จนสุดท้ายผมได้เรียนรู้วิธีการทำการตลาดจากนักธุรกิจ เอมสตาร์ ท่านหนึ่ง ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดให้แก่ตัวเองด้วยวิธีที่ไม่เหมือนกับที่ผมเคยทำ โดยมีรายได้ เดือนละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทเลยทีเดียว
เขาบอกว่า วิธีการสร้างรายได้เหล่านี้ ไม่เคยถูกสอนในห้องประชุม ไม่เคยถูกสอนในมหาลัย ไม่เคยแม้แต่จะถูกสอนในธุรกิจเครือข่ายของบ้านเรา คุณจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้เรียนรู้จาก ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ ไม่เช่นนั้นคุณจะเหมือนหลงทางจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะเริ่มตรงใหนดี
จนผมได้มารู้จักเครื่องมือที่ชื่อ E-LEADER GROUP ซึ่งผมได้ค้นพบอะไรหลายๆอย่างที่ไม่คาดคิด จาก คอร์สเวิร์คช็อบออนไลน์ที่ส่งมาให้ผมอ่านทุกๆวัน และผมจึงมีความเชื่อมั่นว่าการทำธุรกิจออนไลน์ แบบมืออาชีพของจริงนั้นจะช่วยให้ผมประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย และไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงอีกต่อไป
ผมต้องการให้คุณท้าพิสูจน์ความจริงทั้งหมดในคอร์สทั้งหมดและลงชื่ออีเมล์ด้านล่าง เหมือนกับ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มา นั่นก็คือ
-ถ้าคุณทำธุรกิจถูกต้อง คุณไม่ต้องไปชวนใคร
-ถ้าคุณทำธุรกิจถูกต้อง คุณไม่ต้องออกไปขายของ
-ถ้าคุณทำธุรกิจถูกต้อง ระบบจะทำงานให้คุณเอง
-ถ้าคุณทำธุรกิจถูกต้อง คุณไม่ต้องไปชวนเขา เขาจะเชื่อมั่นมาขอสมัครกับคุณเอง
หากคุณต้องการทำให้ชีวิตของคุณมีความสุขและประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายง่ายขึ้น และไม่ต้องสร้างรอยร้าว เพื่อนๆหรือญาติพี่น้อง คุณก็ควรเรียนรู้วิธีการทำตลาดในแบบที่นักธุรกิจ ออนไลน์มืออาชีพ ที่ชื่อ E-LEADER ครับ
สวัสดีครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)