แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิสรภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิสรภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Why Aim star network ทำไมจึงต้อง เอมสตาร์

ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า ธุรกิจเครือข่ายนั้น ได้กลายเป็น "นวัตกรรมการตลาดแห่งอนาคต"

ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากขึ้น
ผู้คนต้องการเปลี่ยนจาก Salesmanship สู่ Entrepreneurship ธุรกิจเครือข่ายเป็นช่องทางที่ง่ายและลงทุนน้อยที่สุด ในการก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ประกอบกับรูปแบบของธุรกิจเครือข่ายตรงสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ที่เปลี่ยนไป พวกเขาต้องการเวลาและแผนการเงินที่อิสระ การหลุดจากกรอบการทำงานแบบออฟฟิต มาเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่ไม่ต้องเสี่ยงลงทุนผลิตสินค้าเอง เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ครับ เราจึงเป็นได้ว่า นักธุรกิจอิสระ ทุกวันนี้ไม่ใช่กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานดังเช่นเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาทำอย่างจริงจังเสียมากกว่า

รายได้ที่เกิดจากการทำธุรกิจเครือข่าย สามารถเป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน หรือเป็นเงินสะสมเอาไว้ใช้หลังเกษียณ

"สิ่งที่คุณทุ่มเททำมาจะเป็นธุรกิจของของคุณ สร้างเงินออมให้ครอบครัว และเป็นมรดกของลูกคุณอีกด้วย" โดยเครือข่ายและรายได้ทั้งหมดจะยังคงอยู่ตลอดไป

"ธุรกิจเครือข่ายจะอยู่ไปได้เรื่อยๆและจะไม่ล้มหายตายจากไปเหมือนบางธุรกิจ"

ด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวมา บวกรวมกับผู้ประกอบการได้พัฒนาการดำเนินรูปแบบ การดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการดูแลนักธุรกิจของตน ตลอดจนกล้าที่จะฉีกตำราทางการตลาด ผสมผสานรูปแบบการตลาดใหม่ๆ เพื่อให้นักธุรกิจเครือข่ายเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย รวดเร็ว สร้างภาพลักษณ์อันดี และสร้างการรับรู้ในตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกอย่างดีทีเดียวสำหรับทุกท่านทีี่่คิดจะสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับตนเองด้วยธุรกิจเครือข่าย

Why Aimstar network ทำไม ผมจึงเลือก เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับตนเองและครอบครัว

ผมมีหลักเกณฑ์ ในการเลือก ธุรกิจเครือข่ายที่ดี ดังนี้ ครับ
1. เจตนาในการนำเสนอสินค้าเป็นหลัก ไม่ใช่ เจตนาให้คนนำเงินมาลงทุน
2. ค่าธรรมเนียมในการสมัครสมเหตุสมผล คนทุกระดับสามารถสมัครได้ ไม่ต้่องลงทุนสูง และต้องไม่มีการบังคับให้ซื้อสินค้าก่อนในครั้งแรกทีละมากๆเกินจริง
3. เป็นสินค้าสินเปลือง คือใช้แล้วหมดไปคุณภาพดี ราคายุติธรรรม ถ้าผู้บริโภคทดลองใช้แล้วชอบ จึงเกิดการใช้ซ้ำ โดยไม่มีการบังคับซื้อและมีการรับผิดชอบต่อผู้บริโภคเมื่อสินค้ามีปัญหา ไม่ใช่สินค้าราคาแพงกว่าท้องตลาด อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง หรือ เป็น บ.ที่มีสินค้าเพื่อเพียงการบังหน้าเพื่อฉ้อโกงเท่านั้น
4. แผนการตลาดไม่ยากเกินไป สามารถเป็นจริงได้ ผลตอบแทนยุติธรรม รายได้มาจากการทำงาน การขึ้นตำแหน่งเกิดจากการขยายทีมงาน การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ ไม่มีการบังคับรักษายอด ตำแหน่งต่างๆสามารถแซงกันได้จึงไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบในคนที่สมัครทีหลัง หรือสมัครก่อน ไม่ใช่ เน้นหาคนใหม่ไปเรื่อยๆ เมื่อทำไปแล้วยอดขายไม่ถึงเป้า ก็อาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆเลย หรือบังคับการรักษายอดด้วยวงเงินสูงๆ ถ้ารักษายอดไม่ได้แล้วตำแหน่งถูกปลด ต้องเริ่มใหม่
5. จ่ายผลตอบแทนตามการทำงานจริง ใครทำงานมากก็ได้มาก คนที่สมัครก่อนแต่ทำงานน้อยก็จะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าคนที่สมัครหลังแต่ทำงานมาก แต่ไม่มีใครที่ทำงานแล้วไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยจากบริษัท มีการจ่ายผลประโยชน์ที่มั่นคงและชัดเจน มีหลักฐานการจ่ายเงินและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
และ เนื่องจากผม เป็นอดีตนักการตลาดมาก่อน จึงขอ อธิบายวงจร ของธุรกิจ ให้เป็นความรู้เพิ่มเติม เอาแบบเข้าใจง่ายๆเลยนะครับ
วงจรชีวิตของการ ทุกสินค้า หรือทุกธุรกิจ แบ่งออกเป็น ช่วงต่างๆ ดังนี้

1.ช่วงบุกเบิก ก็คือ ช่วงของการเข้าสู่วงการ เข้าสู่ตลาด
ขอยกตัวอย่างธุรกิจเครือข่าย จะได้เห็นชัดเจนขึ้น ในปีแรก มีคนที่สนใจธุรกิจเครือข่าย หรือ พ่อทีมแม่ทีมค่ายอื่น อาจจะวิ่งเข้าไปเพื่อเป็นต้นสายติด บริษัท ระยะนี้ จะมีคนล้มเลิก มากกว่าคนที่พร้อมจะลุยต่อไปกับบริษัท อาจจะเหนื่อยเพราะต้องเปิดตลาด ให้สินค้าเป้นที่ยอมรับ ต้องรอคอย ผลการบริโภคสินค้า แล้วเห็นผล เพื่อผู้บริโภคจะทำการบอกต่อถึงสรรพคุณที่ประทับใจ
และถิอเป็นช่วงที่ คาบลูกคาบดอก เพราะคนที่ล้มเลิกไปก่อน ก็ จะบอกว่า บ.นี้ไม่ดี ทำแล้วไม่สำเร็จ (จริงๆ น่าจะเป็นจากตัวเค้าเองมากกว่า อันนี้เห็นบ่อย) ทำให้คนที่ต้องการเข้ามาศึกษาธุรกิจ มีความกลัว ไม่กล้าเข้ามาร่วมงาน หรือบางคนก็จะ ทำการสังเกตการณ์ไปกอ่น ถ้าไปรอด แนวโน้มดี จึงจะเข้าร่วม

2.ช่วงเติบโต เป็นช่วงที่ ธุรกิจนั้นๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น การเติบโตดีมาก มีตัวอย่างความสำเร็จของนักธุรกิจเครือข่ายให้เห็น สินค้าเป้นที่รู้จักและเป้นที่ยอมรับในคุณภาพ และผลลัพท์ที่ใช้
คนกว่าครึ่งที่เลิกล้มไป อาจจะกลับเข้ามาใหม่ ผู้ที่เคยสังเกตการณ์ในช่วงแรก จะเข้ามาร่วมธุรกิจ รวมถึงคลื่นลูกใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการทำงานให้อิสระมากขึ้น จะเข้ามาศึกษาธุรกิจกัน เรียกง่ายๆว่า โตวันโตคืนเลยก็ว่าได้

3.ช่วงพัฒนาธุรกิจ ในช่วงนี้ เหมารวมไปถึงการขยายสาขาไปต่างประเทศ การขยาการลงทุนในการก่อสร้าง โรงงานการผลิต หรือ ออกสินค้า นวัตกรรมใหม่ ซึ่งในหัวข้อนี้ อาจจะทำได้เรื่อยๆ เป็นช่วงที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงศักยภาพของ บ. และทิศทางของการเติบโต ความมั่นคงของนักธุรกิจเครือข่ายนั้นๆ ให้ขยายองค์กร และเติบโตได้เร็วขึ้น และ บ. แสดงศักยภาพในด้านการค้นคว้าเทคโนโลยี และการประกาศตัวในความเป็นมืออาชีพที่พร้อมจะพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ช่วงนี้ คนจะหลั่งไหลเข้ามามากกว่าช่วงเติบโต เสียอีก และถ้ารักษาความเป็นเลิศไว้ได้ แน่นอน ไม่มีวันไปสู่ช่วงที่ 4 แน่นอน

4.ช่วงตกต่ำ หากธุรกิจใด ไม่มี ช่วงพัฒนาธุรกิจแล้วล่ะก็ แน่นอน วงจรชีวิตคงกระโดดข้ามมาสู่ ช่วงตกต่ำเลยทันที สมาชิกก็หาย บ.อาจจะไม่ปิด แต่คงต้องกลับไปวางแผน ปรับกลยุทธ์ กันใหม่เพื่อออกมาลุย อีกครั้ง

5.ยุคตายแล้วฟื้น ตายแล้วเกิดใหม่
ตัวอย่างเช่น บ.เครือข่าย บางแห่ง หลังจากกลับไปปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ บางที่ก็เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแผนการจ่าย แล้วออกมาทำตลาดใหม่อีกครั้ง โดยนำเสนอข้อดี ต่างนานา ก็ สามารถ พบเห็นได้ ในโดลกธุรกิจออนไลน์ ณ วันนี้ (แต่ผมไม่ขอเอยนาม ครับ)

คำถามคือ แล้ว เราควรจะเข้าร่วมกับ บ.เครือข่าย ใน ช่วงเวลาไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด สำหรับอดีตนัการตลาดอย่างผม หลังจากที่เป็นนักสังเกตการณ์อยู่ 3 ปีกว่า กับ ธุรกิจเครือข่าย บ.เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค คงไม่มีเวลาไหนดีเท่ากับช่วงเวลานี้อีกแล้วครับ (ผมการันตี) เพราะต่อให้คุณอยู่ถูกที่ แต่ไม่ถูกเวลา คุณอาจจะต้องเหนื่อยหน่อย เหนื่อยหนัก และเหนื่อยนาน แทนที่จะเหนื่อยในเวลาเพียงสั้นๆแต่สบายไปตลอด คุณว่าจริงมั้ยล่ะครับ

ด้วยแผนการขยายสาขาในประเทศ และ ปีนี้ เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค วางแผนเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา และอินเดีย และการขยายกำลังการผลิต ก่อสร้างโรงงานเพื่อทำการผลิตเองด้วย และ สร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ นี่ยังไม่รวมการ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาทุกเดือน คงต้องยกนิ้วให้สำหรับความชัดเจน ในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจริงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้นำ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้นักธุรกิจเครือข่ายเอมสตาร์ ขับเคลื่อนพลังเครือข่ายที่แท้จริงได้เต็มกำลัง

ถ้าวันนี้คุณ กำลังมองหา บ.เครือข่ายที่คุณจะเข้าร่วมเพื่อสร้างรายได้และฝากอนาคตให้กับครอบครัว ลองเอาหลักเกณฑ์การพิจารณาดีๆ จาก ผมไปใช้นะครับ คำตอบของทุกท่านอาจเป็นคำตอบเดียว กับ ผมก็ได้ครับ


หลายท่านเคยได้ยิน ประโยคที่ว่า ถูกที่ ถูกเวลา แต่ไม่ถูกทีม เสียหายยับเยิน มั้ยครับ

แล้วสิ่งสำคัญนอกจาก บ.เครือข่ายที่คุณจะเข้าร่วมแล้ว ยังมีอะไรที่จะเป็นสิ่งผลักดันคุณไปสู่ความสำเร็จอีกมั้ย แน่น่อนครับ ต้องมี ทีมงานที่จะช่วยดูแลคุณ ตลอดเส้นทางสู่ความสำเร็จ อ่านได้ ใน บทความต่อไปนะครับ

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรื่องเล่าประสบการณนักธุรกิจเครือข่าย


เราทุกคน เริ่มธุรกิจเครือข่ายด้วยการ "ลิสต์รายชื่อคนรู้จัก" ใช่ไหมครับน่ันคือ เรากำหนดเป้าหมายไว้ที่การทำงานกับ "คนที่เรารู้จัก" เป็นอันดับแรกแต่เมื่อ เราเริ่มโทรชวนคนที่เรารู้จักเรากลับได้พบว่า.. พวกเราส่วนใหญ่"ชวนคนที่ตัวเองรู้จัก..ไม่ได้เลย"
แถมยังไม่พอ.. "โดนดูถูก" ..อีกด้วย
"เดี๋ยวนี้ มาทำงานประเภทนี้แล้วเหรอ เสียดายความรู้ที่เรียนมา ทำไมไม่ไปทำงานที่ตัวเองถนัดล่ะ"
"งานเครือข่ายอะไรก็ไม่รู้ ระวังโดนหลอกนะ เดี๋ยวนี้พวกต้มตุ๋นมีเยอะ""..ฯลฯ.."
..นี่เป็นสิ่งที่ผมเจอเป็นประจำ สมัยที่พึ่งเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายใหม่ๆ..ถึงแม้ว่า ผมจะสามารถชวนเพื่อนฝูงคนรู้จัก มาเป็นดาวน์ไลน์ได้บ้าง แต่ดาวน์ไลน์ของผมเหล่าน้ัน ก็ต้องพบเจอปัญหา เมอื่ เริ่มลิสต์รายชื่อ และโทรชวนคนรู้จักของพวกเขาดาวน์ไลน์ของผมหลายคน.. ชวนคนรู้จักไม่ได้เลย...ดาวน์ไลน์ของผมบางคน ขายของเก่งมาก ทำมาครึ่งปี มีรายได้จากการขายเยอะมาก แต่หาดาวน์ไลน์ของตัวเองไม่ได้เลยซักคนสุดท้ายเมื่อมีลูกค้ามากขึ้นก็เริ่มเหนื่อย เพราะมีแต่ “คนช่วยซื้อ” แต่ไม่มี"คนช่วยขาย" พูดง่ายๆว่า สร้างทีมงานดาวน์ไลน์ไม่ได้นั่นเอง...ต้องมีทีมงานดาวน์ไลน์เราถึงจะเรียกตัวเองว่าเป็น นักธุรกิจเครือข่ายถ้าคิดแต่จะขายของด้วยตัวเราเพียงคนเดียว ผมแนะนำให้ไปทำ Single LevelMarketing หรือที่เรียกว่า "ขายตรงชั้นเดียว" ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยจะดีกว่า ได้คอมมิสชั่นจากการขายเป็นกอบเป็นกำกว่า Network Marketing หรือ "ธุรกิจเครือข่าย" เป็นไหนๆ
...แต่เราทำธุรกิจเครือข่ายกันทำไมล่ะครับ…???
ถ้าไม่ใช่เพราะ ต้องการอิสรภาพทางการเงินและเวลาที่เรียกว่า"หยุดทำ แต่รายได้ไม่หยุด" ใช่หรือไม่..!แม้ว่าในสมัยนั้น ธุรกิจเครือข่ายที่ผมทำอยู่จะมีผู้ที่ประสบความสำเร็จ เป็นท้ังคุณหมอ เภสัชกร วิศวกร หรือแม้แต่นักขายประกันชีวิตหันมาเอาดีทางธุรกิจเครือข่าย พวกเขาเหล่านี้ คือ "ภาพความสำเร็จ" ที่ทำให้ผมเชื่อม่ันเป็นอย่างมากว่าธุรกิจนี้สามารถช่วยให้เราบรรลุอิสรภาพที่เราต้องการได้อย่างแท้จริง..
...แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ไปไม่ถึงฝันที่ตั้งเอาไว้ เพราะผมเกิดอาการ "ท้อสุดขึด"และ "ล้มเลิกไปก่อน" ….สาเหตุหลักที่ล้มเลิก ก็เพราะ ผมและดาวน์ไลน์ไม่สามารถ "ขยายเครือข่าย" ได้อย่างที่ใจเราหวังเอาไว้น่ะสิครับ
แม้ว่าพวกเราจะมีลูกค้ามากพอสมควร แต่ลูกค้าที่แสนดีเหล่าน้ัน ก็ไม่สนใจที่จะทำธุรกิจร่วมกับเราเลย พวกเขาชอบที่จะเป็นเพียง "ผู้ซื้อ" มากกว่า เราเริ่มรู้สึกว่า.. เครือข่ายของพวกเรา.. เติบโตช้ามาก...
สรุปว่า การขยายเครือข่ายของผม ไปไม่ถึงไหนเลย ผ่านไปปีกว่า ก็ยังทำกันอยู่
ไม่กี่คนนั่นแหละ เงินทุนก็เริ่มร่อยหรอ.. เพราะหมดไปกับการโฆษณา ซึ่งได้ผลกลับมาไม่คุ้มเอาเสียเลย..สุดท้ายพวกเราก็เริ่มท้อและเหนื่อย เนื่องจากถ้าต้องการมีรายได้มากขึ้น ก็ต้องเพิ่มจำนวนลูกค้าให้มากขึ้น และหมายความว่า เราต้องให้เวลากับการดูแลลูกค้ามากขึ้นตามไปด้วย ท้ังการเอาสินค้าไปส่งให้ลูกค้า การแวะไปเยี่ยมเยือนลูกค้า โทรติดตามผล และอื่นๆอีกสารพัด..
การให้เวลากับลูกค้ามากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบกับงานประจำของพวกเราแต่ละคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..ในที่สุดดาวน์ไลน์ของผมบางคนก็เริ่มรู้สึกว่า ไม่คุ้ม และเริ่มหายหน้าไปจากทีม
...บางคนก็เริ่มไม่ค่อยรับโทรศัพท์เวลาทผมโทรไปหาซึ่งผม.. เข้าใจครับ…ช่วงเวลานั้น มันเหมือนมีสัญญาณบางอย่างที่พวกเราส่งถึงกันว่า
"เลิกเถอะเพื่อน..เหนื่อยแล้ว"และแล้วในที่สุด พวกเราก็.. แยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิตของแต่ละคนครับ..!
การเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายที่ดีนั้น ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นกับคนรู้จักเสมอไป แต่ควรเริ่มต้นจากการ "เฟ้นหา" คนที่มีทัศนคติและความมุ่งม่ัน ในแบบเดียวกันกับเราให้เจอและไม่สำคัญว่า เรากับเขา รู้จักกันมาก่อนหรือไม่...ไม่สำคัญเลยครับ...คนที่มีจิตวิญญาณและทัศนคติแบบเดียวกัน จะสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วมากเพราะเราต้องการ "เพื่อนที่คิดแบบเดียวกับเราอยู่แล้วครับ
คำแนะนำแรกสุดจากผม ก็คือ"อย่ามัวเสียเวลา..จมอยู่กับรายชื่อคนรู้จัก"แต่จงค้นหา “วิธีการ” ที่จะช่วยให้คุณ "ค้นพบคนที่ใช่" ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใดในโลกนี้ก็ตาม การจะทำแบบนั้นได้คุณต้องรู้จักสิ่งนี้ก่อนครับ..ระบบดึงดูดอัตโนมัติ..